เรื่องของคนดี

posted on 07 Oct 2010 04:17 by toptenn

                 เช้าวันหนึ่งในบริษัทชื่อดังย่านฝั่งธนบุรี ภาพของบริษัทในวันนี้ไม่ได้เป็นภาพเดิมๆที่ทุกคนนั่งโต๊ะเปิดคอมพ์ ทำงาน พิมพ์ดีด ตอกแต่ก ตอกแต่ก แต่เป็นภาพงานวันเกิดของพนักงานบริษัทคนหนึ่งที่กำลังได้รับของขวัญมากมาย จากเพื่อน ร่วมงาน เป็นภาพแห่งความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง
 “เอาล่ะ ทุกคนเงียบหน่อย คุณนัทมีอะไรจะบอกกับพวกเราเล็กน้อย” เสียงของหัวหน้าแผนกทำให้ เสียงคิกคักค่อยๆเงียบลง
 “อะแฮ่ม ขอบคุณ เพื่อนๆทุกคนสำหรับของขวัญ และกำลังใจนะครับ”
 “ไม่เป็นไรหรอก นายเป็นคนดี นายเป็นไอดอลของพวกเรา ถ้าบริษัทนี้ไม่มีนาย จะมีใครกล้าเสียสละทำความดีเพื่อสังคมล่ะ”
 “อย่าถ่อมตัวอยู่เลย พ่อคนดี”
 “คนดีต้องยืดอกภูมิใจหน่อยสิ อย่าทำตัวเหยาะแหยะล่ะ ”
 “ถ้าขืนเอ็งลาออกไปอยู่บริษัทอื่นละก้อ ข้าจะตามไปเผาบริษัทเอ็ง ”
 “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”

 บรรยากาศงานวันเกิดนี้ทำให้ นัท รู้สึกดีใจ และมีกำลังใจในการทำความดีต่อไป  นัท คิดกับตัวเองว่า “เมื่อเราหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กับคนอื่น  คนอื่นก็จะหยิบยื่นสิ่งดีๆให้เราเหมือนกัน และสังคมก็จะเป็นปกติสุข  เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในบริษัท เราเองต้องไม่ย่อท้อที่จะเป็นคนดี”
            หลังจากเลิกงาน ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ทุกคนเดินตัวปลิวไปขึ้นรถส่วนตัวกลับกัน มีแต่นัทคนเดียวที่เดินแบกถึงของขวัญพะรุงพะรัง เดินไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน 
 “นัท นายจะไปกับเรามั้ย เดี๋ยวเราไปส่ง” ต่อ ขับรถมามาจอดเทียบข้างๆตัวของนัท
 “ไม่เป็นไรหรอก ต่อ เรากลับรถเมล์ดีกว่า บ้านเรากับบ้านนาย ไปคนละทางเลย รบกวนนายเปล่าๆ” นัท ปฎิเสธ

“นายนี่เป็นคนดีจริงๆ นัท เราชื่นชมนายจริงๆ” กลับบ้านดีๆล่ะ
ระหว่างที่ต่อขับรถกลับบ้าน ต่อคิดว่า ถ้าคนในสังคมมีคนอย่างนัทหลายๆคน ที่เกรงใจคนอื่นเป็น สังคมก็คงดีกว่านี้  

                คินนั้น นัท ยืนอยู่หน้ากองของขวัญกองใหญ่   นัทดีใจจนเนื้อเต้นในชีวิตนี้ทั้งชีวิตเกิดมาก็เพิ่งเคยได้รับของขวัญวันเกิดมากมายขนาดนี้แหละ เปิดกล่องใหนก่อนดีหว่า  นัทยืนคิดอยู่สักพักก็เริ่มเปิดตามลำดับจากเพื่อนที่สนิทน้อยที่สุดไปเรื่อยจนไปสิ้นสุดที่กล่องสุดท้ายที่เป็นกล่องของ เดีย เพื่อนสาวที่นัทแอบชอบแต่ไม่กล้าบอก เค้าอยากเปิดกล่องของเธอเป็นกล่องสุดท้าย เพื่อ จะได้เซอไพรส์

กล่องแรกถูกเปิดออก   เป็นกรอบรูป  กล่องที่สองถูกเปิดออก เป็น ชุดปากกาเมจิก  “ฮ่า ฮ่า มีแต่ของขวัญ สุดแสนธรรมดาจริงๆ” กล่องแล้วกล่องเล่า ถูกเปิดออกทีละกล่อง รอบตัวมีแต่กองริบบิ้นพะเนินไปทั่วยิ่งเปิด นัทยิ่งดีใจที่ของขวัญ มีราคาแพงมากขึ้น เริ่มจาก กรอบรูป ชุดปากกาเมจิก ถ้วยกาแฟ บัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ตั๋วภาพยนตร์เรื่องโปรด กล่องรองสุดท้ายเป็นของหัวหน้าแผนกใจดี ก็ทำให้นัท เซอไพรส์เข้าไปอีก เป็นนาฬิกาข้อมือหรู   นัทรู้สึกดีใจเป็นที่สุดที่ทุกคนเห็นความสำคัญในตัวของนัท และมาถึงกล่องสุดท้าย กล่องของเดีย นัทไม่รอช้าค่อยๆ แกะริบบิ้นออก  เปิดฝากล่องออกมา พร้อมกับหยิบฟรอยกันกระแทกออก

มันทำให้นัทเซอไพรส์เข้าไปอีก  มันเป็น ซีดีเพลงที่นัทเคยบอกกับเดียว่าอยากได้ นัทไม่คิดว่า เดีย จะรู้ใจนัทได้ขนาดนี้ หลังจากที่เก็บของหมดแล้ว ก่อนนอน นัทบอกกับตัวเองว่าเราภูมใจในตัวเราเองมากที่สุดเลย อยากทำสิ่งดีๆให้แกคนอื่นอีก และเค้าก็อยากทำความดีต่อไปเรื่อยๆ แล้วนัทก็นอนหลับฝันดีอย่างมีความสุข

เช้าวันรุ่งขี้น นัทไปทำงานที่บริษัทตามปกติ เดินออกจากบ้านไปรอรถเมล์ ยืนเบียดๆคนอื่น เป็นภาพที่เกิดขึ้นซ้ำๆในหัวของเค้าจนทุกวันแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกัน วันนี้นัทได้ช่วยแบกของให้เด็กหญิงตัวเล็กๆขึ้นรถเมล์  เอื้อเฟื้อทั่นั่งให้คนแก่  และช่วยพาชายชราลงจากรถเมล์ นัทรู้สึกมีความสุขที่ได้ยินเสียงขอบคุณจากคนที่นัทช่วยเหลือ มันทำให้นัทมีกำลังใจจะทำความดีต่อไป  พอมาถึงที่บริษัท นัทก็ไม่ลืมที่จะกล่าวทักทายยามหน้าบริษัทเหมือนทุกๆเช้าที่ผ่านมา  “คนนั้นใช่มั้ยที่คนในบริษัทพากันเรียกว่า นัท พ่อคนดีน่ะ” ยามสองคนยืนคุยกันเงียบๆ แต่เสียงก็แอบเข้ามาในหูของนัท ทำให้เค้ารู้สึกว่า แม้แต่ยามก็รู้จักเค้า ช่างมีความสุขจริงๆ

 พอนัทเดินมาถึงโต๊ะทำงาน ก็ไม่ลืมที่จะกล่าวทักทายเพื่อนทุกคนอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส รวมถึง เดีย ด้วยที่ส่งยิ้มมาให้นัท  ร้อยยอ้มของเดียตอนเช้า จะทำให้นัทรู้สึกมีกำลังใจทำงานต่อไปทั้งวัน  สักพักเพื่อนข้างโต๊ะของนัทก็เข้ามาสะกิด “นัท นายเอาเอกสารเมื่อวานไปให้หัวหน้าแผนกแล้วรึยัง” นัทได้ยินก็ถึงกับสะดุ้ง

 “เออว่ะ เมื่อวานยังไม่ได้เอาเอกสารเกี่ยวกับสรุปข้อมูลสำคัญไปยื่นให้หัวหน้าเลย ป่านนี้หัวหน้าคงง่วนอยู่กับการหาเอกสารของเราแน่เลย”

“แซม เราขอยืมกุญตู้ล็อกเกอร์หน่อยสิ เราเก็บเอกสารไว้ในนั้น” นัทขอร้องแซม

แซมไม่รอช้ารีบหยิบกุญแจยื่นให้นัท นัทมีเวลาไม่มาก เพราะไม่รุ้ว่า ตอนนี้หัวหน้าแผนกกำลังสรุปประมวณผลข้อมูลทั้งหมดอยู่รึเปล่า ถ้าหัวหน้าแผนกหาเอกสารของนัทไม่เจอ นัทจะมีความผิดทันที เพราะคำสั่งนี้บอกให้ทุกคนยื่นเอกสารสรุปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว  

นัทรีบไขกุญแจพลางในใจก็คิดว่า “อยากให้เวลาหยุดเดินสักสิบนาทีจริงๆ”

เมื่อตู้ถูกเปิดออก นัทเจอซองเอกสารอยู่สองชุด นัทหยิบชุดแรกมาเปิดดู ก็พบว่า นี่แหละเอกสารที่ต้องการ พอกำลังจะปิดตู้ หางตาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารอีกชุดนึง  พลางคิดในใจ “แล้วนี่ของใครน่ะ

ตู้เราทุกทีจะว่างนี่นา” พอหยิบมาเปิดดูว่าของใคร นัทรู้สึกว่า คำขอของเค้าได้เป็นจริงแล้ว

                นัทได้อ่านเอกสารในซองนั้นแล้วนัทรู้สึก อึ้งกิมกี่ อ้าปากค้าง จนเวลารอบตัวราวกับหยุดนิ่งไป สักพักพอนัทร้สึกตัว นัทค่อยๆเดินไปวางเอกสารที่โต๊ะของหัวหน้า โชคดีที่หัวหน้ายังไม่ได้เริ่มสรุปงาน แล้วนัทก็ค่อยๆเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของเค้าด้วยแววตาที่สับสน  ตอนนี้ในหัวของนัทเต็มไปด้วยความคิดมากมาย  เค้ารุ้สึกสับสน และอึดอัด  จน “แซม” เพื่อนสนิทของเค้าได้เห็นความผิดปกติ ก็เข้ามาจับที่ไหล่แล้วถามอาการ

“นัท นายเป็นอะไรไปน่ะ หัวหน้าเค้าด่านายกลับมาเหรอ” แซมถามด้วยความเป็นห่วง

นัทส่ายหน้าอย่างช้าๆ พลางตอบกลับไป  “ไม่หรอก ทุกอย่างปกติดี  ”
“นัท  นายเป็นอะไรก็รีบบอกมาเถอะน่า สีหน้าของนายมันฟ้องว่า มันไม่ปกติเลยสักนิด ” แซมขยั้นขยอ
 “ขอเวลา เราสักพักได้มั้ย  มีแรงเมื่อไหร่จะค่อยบอกนายนะแซม ” นัทขอเวลานอกและความเงียบก็เข้าปกคลุมชายหนุ่มทั้งสอง  นัทค่อยๆหยิบกระดาษในซองเอกสารนั้นออกมาอ่านอีกครั้ง

“คนทำดี เพราะรู้สึกว่าเค้าทำดี เค้าไม่ได้ทำความดีเพราะจิตใจดี เค้าทำความดีเพราะสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีในสายตาของคนทั่วไป ทำดีเพื่อให้ได้รับคำชม ไม่ได้ทำดีเพราะ ต้องการทำจากจิตใจ หากการทำความดีนั้นยังหวังผลให้คนมาสนใจ ให้คนมาชื่นชม ความดีนั้นก็ต่างอะไรกับการทำดีเอาหน้า”
ลงชื่อ  เดีย คนที่คอนมองเธออยู่ห่างๆ
                หลังจากที่อ่านจบ นัทรู้สึกเหมือนมีอะไรเข้ามากระแทกที่อก เค้ารู้สึกตาสว่าง ขึ้นมา  มันทำให้เค้ารู้สึกขึ้นมาได้ว่า เค้าไม่ได้ต้องการทำความดีเพื่อสังคม เพื่อ เพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ แต่เค้าทำความดีเพราะต้องการคำชมและรอยยิ้มเท่านั้นเอง เค้าแค่ต้องการให้คนมมาสนใจเค้ามากขึ้นเท่านั้น  

 

 

                เย็นวันนั้น นัทเล่าเรื่องทั้งหมดให้ แซม ฟัง   แซมยืนครุ่นคิดอยู่สักครู่ก็ตอบออกมา

“ก็ยังดีที่นายรู้สึกได้เองว่า ที่นายทำมาทั้งหมดนั้น ยังไม่ใช่ความดีที่บริสุทธิ์ เราเองก็รู้สึกภูมิใจที่มีเพื่อนที่มีสำนึกที่ดีอย่างนาย ต่อไปก็จงเปลี่ยนความรู้สึกในใจของนายซะใหม่นะ นายจะได้เป็นคนดีเต็มตัว”

บัดนี้ นัทรู้สึกหมดความภาคภูมิใจกับความดีที่นัทได้ทำมา   แต่เค้ากลับรู้สึกดีใจที่ได้รู้ว่า เค้าไม่ดีเรื่องอะไร

และอีกเรื่องที่นัทรู้สึกดีนั่นก็คือ เค้ารู้สึกว่า เดียเองก็แอบชอบเค้าเหมือนกันและคอยมองหาจุดผิดในตัวของนัท เพราะรู้สึกว่า นัทดีเกินไป ไม่มีใครจะดีสมบูรณ์ร้อยเปอเซ็นต์ได้หรอก  คำพูดของเดียจึงเปรียบได้ดั่งกุญแจที่ไขเปิดจิตใจที่ปกปิดความจริงมาตลอด   มาบัดนี้เค้าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และก้าวเดินต่อไป
ช่วยกันเป็นกำลังใจให้ นัท คนดีของสังคมด้วยนะครับ   

---------------------------------------------จบ----------------------------------------------------------------------

edit @ 7 Oct 2010 04:33:34 by calm space

Comment

Comment:

Tweet

หวัดดีค่ะ

ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ที่ได้ได้อัพ บล็อกแล้ว

คิดว่าสมัยนี้ เวลาคนทำความดี ส่วนใหญ่ จะทำดีตามสถานการณ์ หรือ ทำความดี เพราะอยากให้คนอื่น เห็น อยากให้คนอื่นชม แต่ไม่ได้มาจากใจ

ยากนะค่ะ ที่จะเห็นคนทำดีจากใจจริง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่ในโลกนี้

แต่ไม่ว่าจะทำดี ด้วยเหตุผลใด เราก็คิดว่า ดีกว่า คนทำชั่ว แล้ว ไม่ยอมรับความทำชั่ว ทำไม่ดี แล้วไม่กล้ารับความเป็นจริง

แล้วอย่าลืมมาอัพบล็กอีกนะค่ะ

จะรอค่ะ

big smile cry big smile

Hot! Hot! Hot!

#1 By witch on 2010-10-15 16:02