การให้

posted on 22 Sep 2013 18:40 by toptenn
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คนทำดีจะให้ได้ดีทางวัตถุต้องประกอบด้วยหลัก ๔ ประการคือ

๑.คติสมบัติ ทำดีให้ถูกสถานที่
๒.อุปธิสมบัติ ทำดีให้ถูกตัวบุคคล
๓.กาลสมบัติ ทำดีให้ถูกเวลา
๔.ปโยคสมบัติ ต้องทำดีให้ติดต่อกันไปเรื่อย ๆ



การที่คนทำกรรมดีและหวังผลดีในทางวัตถุ เช่น หวังลาภ ยศ และสรรเสริญ
แต่ไม่ได้รับผลดีตามต้องการ อาจจะไม่เข้าตามหลัก ๔ ประการ ข้างต้นคือ 
ไปทำความดีกับบุคคลที่ไม่มีความดี 
เช่น เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแต่เจ้านายของเรา เป็นคนคอร์รัปชั่น 
การทำความดีของเราย่อมไม่เป็นที่ชื่นชมของเจ้านายของเรา 
การทำความดีกับบุคคลเหล่านี้ 
ก็ไม่ผิดอะไรกับเอาเมล็ดพืชทิ้งลงไปบนหินหรือพื้นดินที่แห้งแล้ง 
ฉะนั้นการทำความดีเราควรจะหวังผลในด้านจิตใจมากกว่าวัตถุ 
บางคนอาจจะทำความดีจริงแต่อาจจะทำไม่ถึงดี 
คือทำดีเพียงเล็กน้อยก็หวังผลแห่งความดีนั้น 
เมื่อไม่ได้รับผลตอบแทนก็หมดกำลังใจ แล้วก็บอกว่า ทำดีทำไมไม่เห็นได้ดี
คนพวกนี้เหมือนคนปลูกพืชรดนำพรวนดินนิดหน่อย ก็หวังที่จะให้พืชได้ผล


ความหมายของคำว่าได้ดีและได้ชั่วในทางโลกและทางธรรมมีความหมายแตกต่างกัน


ในทางโลกมักจะมองเห็น การได้ดีและได้ชั่วเป็นเรื่องทางวัตถุ 
เมื่อกล่าวว่าคนนั้นได้ดีก็มักจะหมายถึงว่า ผู้นั้นได้ลาภและยศ เช่น ได้ทรัพย์สมบัติ 
ได้อำนาจวาสนาหรือได้ตำแหน่งหน้าที่การงานดีขึ้น เมื่อไม่ได้สิ่งเหล่านี้ก็เข้าใจว่า ไม่ได้ดี


ในทางธรรม การได้ดีหรือได้ชั่วเป็นเรื่องของจิตใจ การได้ดีหมายถึง การทำให้จิตใจดีขึ้น 
ทำให้ธาตุแห่งความดีในตัวของเรามีมากขึ้น ทำให้จิตใจของเรา สะอาด สว่าง สงบยิ่งขึ้น 
ส่วนการได้ชั่ว หมายถึง การทำให้จิตใจตํ่าลง เลวลง ทำให้จิตใจมืดมัวยิ่งขึ้น
คำว่าได้ดีหมายถึง ความดี คำว่าได้ชั่วหมายถึง ความชั่ว 
หากเราจะพูดว่า ทำดีได้ความดี ทำชั่วได้ความชั่ว ก็จะทำให้เราเข้าใจในเรื่องได้ดีและได้ชั่วดีขึ้น


บุคคลที่ทำกรรมอะไรลงไป ย่อมจะได้รับผลในทางจิตใจทันที เมื่อทำกรรมดี 
เช่น ทำ บุญ ตักบาตร ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ก็จะทำให้จิตใจดีขึ้น มีความปิติ 
และความสุขในกรรมดีที่ตนทำ ในเมื่อกรรมที่เป็นกุศลจริง ๆ 
คือทำด้วยจิตใจที่เป็นกุศล ทำด้วยบริสุทธิ์ใจ 
ไม่ใช่ทำด้วยความโลภหรืออกุศลเจตนา หรือหวังผลตอบแทน
 
ที่มา ลานธรรมจักร , การให้ผลของกรรม, หลวงพ่อจรัญ  วัดอัมพวัน สิงห์บุรี